พลังงานเชิงบวกสำหรับเบอร์มงคล

ชาวจีนรู้สึกถึงพลังของตัวเลขที่พวกเขายินดีที่จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อใช้พวกเขา ตัวเลขบางส่วนเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวจีนเพราะเสียงเหมือนคำพูดที่ดี ตามคำนิยามเบอร์มงคลที่ได้รับความนิยมจากโชคลาภมั่งคั่งหรือโชคดี ใครไม่ต้องการระบุด้วยจำนวนดังกล่าว

แน่นอนว่าบางคนกล่าวว่านี่ไม่ใช่แค่ความเชื่อโชคลางและไม่มีความหมายกับตัวเลขใดๆ มีผู้คลางแคลงที่ตั้งคำถามอะไรที่ไม่เหมาะสมในโลกทัศน์ของพวกเขาโดย จำกัด ด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและข้อ จำกัด ของความคิดทางวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด การถือกำเนิดขึ้นของทฤษฎีควอนตัมได้ทำให้วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวัตถุนิยมเริ่มเป็นที่รวมจิตวิญญาณแบบจิตสำนึกของมนุษย์จนบัดนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการวิทยาศาสตร์เบอร์มงคล

เป็นการยากที่จะใช้วิทยาศาสตร์วัตถุนิยมเพื่อพิสูจน์หลายสิ่งหลายอย่างที่ผู้คนเชื่อและแนวคิดดังกล่าวถูกโยนทิ้งไปอย่างไร้สาระและไม่จริง ความรู้สึกของฉันเองคือถ้าคนเชื่อว่าบางสิ่งบางอย่างเป็นความจริงและเป็นประโยชน์สำหรับพวกเขาในบางกรณีแล้วจะเป็นความจริงสำหรับบุคคลนั้นในสถานการณ์เหล่านั้น

ผู้คลางแคลงปฏิเสธอำนาจของการสวดมนต์การทำสมาธิโชคการใช้จิตใต้สำนึกความคิดส่วนใหญ่ของ เบอร์มงคลและทุกอย่างที่อยู่นอกขอบเขตของความคิดแบบเดิม ดูบล็อกทรัพยากรสำหรับแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดเหล่านี้ หลายความคิดเหล่านี้ได้นำพาให้ฉันโดยส่วนตัวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากรวมทั้งความตายที่มีชื่อเสียงมาเป็นเวลา 20 ปี

การทำนายเบอร์มงคลผมเชื่อในความสามารถของทุกความคิดเหล่านี้ภายใต้สถานการณ์บางอย่าง พวกเขาทำงานให้ฉัน ถ้าคุณไม่ลองพวกเขาคุณจะรู้ได้อย่างไรว่ามันไม่เป็นความจริง คุณเชื่อหรือไม่ว่ารายงานข่าวทุกเรื่องทนายความทุกๆหมอทุกๆ “อำนาจ” อื่น ๆ คุณไม่ควร คุณต้องรับผิดชอบและให้อำนาจในการดูแลตนเอง ไม่มีใครรู้ทุกอย่าง

ภาษาจีนประกอบด้วยหลายภาษาและบางครั้งคำที่มีความหมายแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปพูดเหล่านี้เป็นตัวเลขที่ดีที่สุด: สองหมายถึงสิ่งที่ดีมาเป็นคู่ นี้นำไปสู่การใช้ตัวเลขสองครั้งเพื่อความดีมากขึ้น ในกวางตุ้งจำนวนเสียงที่ชอบ “ง่าย” และดังนั้นจึงเป็นคำที่ต้องการ

หากคุณต้องการที่จะดึงดูดความโชคดีในชีวิตของคุณ หนึ่งในการดำเนินการที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดที่คุณสามารถทำได้คือการเพิ่มฮวงจุ้ยหรือการรักษาในพื้นที่มงคลส่วนตัวของคุณในบ้านของคุณ บริเวณมงคลของการใช้มือถือของคุณมาจากหมายเลข เบอร์มงคลของคุณเองซึ่งเป็นตัวเลขตั้งแต่

ที่ควบคุมพลังงานส่วนบุคคลของคุณเองซึ่งเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณในการทำงาน การทำงานหมายเลขเบอร์มงคลของคุณและจากการระบุพื้นที่อันเป็นมงคลในบ้านของคุณช่วยให้คุณสามารถเชื่อมโยงพลังงานส่วนบุคคลของคุณกับพลังงานที่ไหลผ่านบ้านของคุณได้ การปรับปรุงใด ๆ ที่วางไว้ในพื้นที่เหล่านี้จึงสามารถมีประสิทธิภาพมากและนำโชคดีเกือบทันที

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.sasithanumber.com

ติวรามแบบง่ายๆ สำหรับนักเรียนที่อยากสอบติด

การบรรลุการศึกษาที่มีคุณภาพเป็นสิ่งจำเป็นในโลกที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน เด็กทุกคนต้องการที่จะเรียนและทำคะแนนได้ดีในการสอบเพื่อให้สามารถลงทะเบียนเรียนในสถาบันที่ดีขึ้นและตระหนักถึงเป้าหมายของตนเองในอนาคต เวลาที่นักเรียนใช้จ่ายในชั้นปีแรกและชั้นมัธยมศึกษาเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากเป็นรากฐานที่สำคัญของความฝันและความสำเร็จในอนาคตของพวกเขาสำหรับการติวรามเพื่อสอบให้ได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่นักเรียนในช่วงเวลานี้จะได้รับความสนใจและใส่ใจในทุกความต้องการด้านการเรียนรู้ของตน เพื่อให้ได้คะแนนที่ดีจำเป็นที่นักเรียนจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและความช่วยเหลือที่จำเป็นในการศึกษาเพื่อให้ได้เกรดที่ดีขึ้น

พ่อแม่ทำหน้าที่สำคัญโดยการเลือกสถาบันการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับบุตรหลานของตนอย่างไรก็ตามควรจดบันทึกไว้ว่าเพียง แต่ลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงจะไม่สิ้นสุดการทำงานทั้งหมด นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องตรวจสอบเด็กเพื่อให้มั่นใจว่าเขา  เธอได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนอย่างแท้จริงสำหรับการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในการติวราม มันเป็นไปโดยไม่ต้องบอกว่าหลักสูตรการศึกษาของวันนี้มีมากมายและไม่ใช่สิ่งที่เคยเป็นในอดีต เด็กต้องใส่โฟกัสเพิ่มเพื่อเรียนรู้และเข้าใจสิ่งต่างๆมากมายในกรอบเวลาที่กำหนด

สิ่งนี้เห็นได้ชัดว่ามีแรงกดดันต่อเด็กจากมุมมองการเรียนรู้ เราทุกคนจะเห็นด้วยกับความจริงที่ว่าเด็กทุกคนไม่ได้มีความสามารถในการจับกุมในระดับเดียวกันเมื่อพูดถึงการเรียนรู้ การศึกษาของสถาบันแบบดั้งเดิมมุ่งเน้นไปที่กลุ่มของนักเรียนและความสนใจของแต่ละบุคคลโดยครูแต่ละคนจะไม่เป็นไปได้ตลอดเวลาในการติวสอบราม การขาดความสนใจเป็นรายบุคคลนี้ทำให้นักเรียนสร้างช่องว่างในการเรียนรู้ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการให้การสอนที่มีประสิทธิภาพแก่เด็ก ๆ

นอกจากนี้เราควรตระหนักถึงความจริงที่ว่าเด็กแต่ละคนมีความสามารถในการรับรู้และความสามารถในการเรียนรู้ที่แตกต่างกันเช่นบางคนอาจเป็นผู้เรียนที่รวดเร็วขณะที่คนอื่นอาจต้องใช้เวลาเพิ่มในการเรียนรู้ นักเรียนบางคนอาจประสบปัญหากับวิชาเฉพาะในขณะที่บางคนอาจนั่งสบายกว่าทุกวิชา นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่าในสภาพแวดล้อมในห้องเรียนนักเรียนมักจะอายห่างจากการถามคำถามเพื่อขจัดข้อสงสัยหรือเพียงแค่จดจำแนวคิดการศึกษาโดยที่ไม่เข้าใจพวกเขาอย่างครบถ้วน นี่อาจเป็นแนวโน้มที่เป็นอันตรายและอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเชิงวิชาการของนักเรียนได้

ข้อบกพร่องด้านการเรียนการสอนในชั้นเรียนดังกล่าวข้างต้นชี้ให้เห็นว่าจำเป็นต้องมีความช่วยเหลือด้านการศึกษาเพิ่มเติมในรูปแบบของค่าเล่าเรียนภาคเอกชน การเรียนเอกชนเป็นการพิสูจน์ว่าเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาเพิ่มเติมที่นักเรียนต้องการติวสอบรามคำแหง วันนี้พลังของอินเทอร์เน็ตทำให้ผู้สอนสามารถบอกเล่าเรียนส่วนตัวกับนักเรียนได้โดยไม่ จำกัด สถานที่ทางกายภาพ การสอนออนไลน์ผ่านการใช้เสียงออนไลน์วิดีโอและเทคโนโลยีไวท์บอร์ดที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้เกิดช่องที่มีโอกาสและโอกาสมากมายสำหรับนักเรียนทั่วโลก

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.tutorphon-ram.com

ทะเลสาบโซยังความงามที่ต้องไปสัมผัส

%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%9a

หากกล่าวถึงประเทศเกาหลีแล้วหลายท่านก็คงนึกถึงภาพของศิลปินเกาหลี หรือซีรีย์เกาหลีใช่ไหมละครับ แต่เกาหลีไม่ได้มีความเป็นที่สุดเพียงเท่านั้นครับ เพราะเกาหลียังมีสถานที่ให้เหล่าบรรดาผู้ที่ชอบเกาหลีเป็นชีวิตจิตใจได้ไปสัมผัสความงานกันอีกมากมาย ไม่ใช่แค่เที่ยวชมพระราชวังชางด็อกกุง ตลาดทงแดมุน หรือเขานัมซานเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ที่เป็นธรรมชาติแห่งหนึ่ง ที่ธรรมชาติและมนุษย์ได้รังสรรค์ออกมาอย่างงดงาม ผมกำลังพูดถึงทะเลสาบโซยังนั้นเองล่ะครับ ทะเลสาบแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีเลยละครับ ทะเลสาบโซยังตั้งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของขุนเขาอันเขียวชอุ่ม โดยรอบนอกมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ใกล้กันเป็นที่ตั้งของเขื่อนโซยังซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของชุนชอนโดยที่นี่ถือเป็นเขื่อนหินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอีกด้วยละครับ

แต่ผมเชื่อว่าหลายท่านก็อาจจะไม่คุ้นหูหรือรู้จักมากนัก ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะมาทำความรู้จักกับสถานที่ท้องเที่ยวนี้กันครับ ทะเลสาบโซยัง เกิดจากการกั้นเขื่อนโซยังเมื่อปี 1973 เป็นเขื่อนที่กั้นด้วยหินที่ใหญ่ที่สุดของทวีปเอเซีย เป็นเขื่อนที่ส่งน้ำเลี้ยงหลายเมือง ทะเลสาบโซยังโฮจึงเป็นทะเลสาบจำลองที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี จนได้ฉายาว่าเป็น “ทะเลในแผ่น”

และทะเลสาบโซยังมีฟาร์มปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี และเปิดเป็นพิพิธภัณท์ปลาน้ำจืดด้วยละครับ ที่นี้ยังมีปลาน้ำจืดจัดแสดงอยู่มากกว่า 50 ชนิด เช่นปลาเทร้า ปลาคาร์ฟ และปลาไหล มีหุบเขารอบๆทะเลสาบที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะการตกปลาในฤดูหนาว ที่นอกจากการตกปลาในน้ำแข็งแล้ว ยังมีทิวทัศน์จะไอน้ำที่ละลายสะท้อนกับแสงอาทิตย์ที่สวยงามมากเลยล่ะครับ

ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม ทะเลสาบคืนดาบ ทะเลสาบน้ำจืดใจกลางกรุงฮานอย

ในเมืองฮานอยที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนจนเหมือนจะวุ่นวายนั้นหากจะลี้กายไปหาสถานที่พักผ่อนหย่อยใจสักแห่งก็คงต้องแนะนำให้มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม (Hoan Kiem Lake) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าบริเวณใจกลางกรุงฮานอยแห่งนี้ หากจะบอกว่าทะเลสาบฮว่านเกี๋ยมแห่งนี้เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเวียดนามก็คงจะไม่ผิดนัก ด้วยบรรยากาศรอบทะเลสาบอันร่มรื่นร่มรื่นไปด้วยสีเขียวของพืชพันธุ์ไม้ที่ถูกจัดแบ่งอย่างดีกลายสวนสาธารณะขนาดใหญ่จึงไม่มีที่ไหนในกรุงฮานอยที่เหมาะสำหรับให้ผู้คนได้มาพักผ่อนมากกว่าที่นี่อีกแล้ว

 ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม ทะเลสาบคืนดาบ ทะเลสาบน้ำจืดใจกลางกรุงฮานอย


ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม ทะเลสาบคืนดาบ ทะเลสาบน้ำจืดใจกลางกรุงฮานอย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เคยไปเยือนทะเลสาบซีหูในเมืองหังโจวมาแล้วเมื่อมาที่ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยมแห่งนี้ก็คงจะรู้สึกถึงความคลาสสิกอีกแบบหนึ่งที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยแม้ขนาดจะเล็กกว่ากันมาก เรียกได้ว่าหากจีนมีทะเลสาบซีหูเวียดนามก็มีทะเลสาบฮว่านเกี๋ยมเป็นสิ่งดึงดูดได้ไม่แพ้กัน ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยมมีชื่อเรียกกันอีกอย่างว่าทะเลสาบคืนดาบ (Lake of the Returned Sword) สำหรับที่มาของชื่อนั้นต้องเล่าย้อนไปในศตวรรษที่ 15 เมื่อจักรพรรดิองค์หนึ่งของเวียดนามใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ขับไล่ชาวจีนที่เข้ามารุกรานออกจากแผ่นดินไปได้ หลังจากนั้นเมื่อพระองค์ล่องทะเลสาบอยู่ก็ปรากฏตะพาบยักษ์ (บ้างว่าเต่า) เบื้องหน้าโดยบอกว่าให้ส่งมอบดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนั้นคืนแก่จ้าวมังกรเสีย

ปัจจุบัน ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยมกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบพักผ่อนหย่อนใจของชาวฮานอย โดยมีการสร้างเป็นสวนสาธารณะล้อมรอบ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียงอีกแห่งของฮานอย ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมและถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

ทะเลสาบฮว่านเกี่ยม และศาลเจ้าหงอกเซิน สะพานเถฮุค พระธาตุเต่าตั้งเด่นกลางน้ำ เป็นภาพความทรงจำเกี่ยวกับฮานอย ที่ติดตาตรึงใจนักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้มาเยือนฮานอย ความประทับใจเวลาที่มาเยือนทะเลสาบฮว่านเกี่ยมคือ ได้เห็นสถานที่ที่สวยงามมีทัศนียภาพชวนฝันราวกับภาพวาด เห็นผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนและถ่ายรูปสถานที่แห่งนี้จากทั่วทุกมุมโลกทั้งใน เวียตนามและทั่วโลก และเห็นความสวยงามของทะเลสาบที่ปรับตัวให้เขากับ 4 ฤดูของฮานอย

ทะเลสาบเชียงแสนเป็นแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

diem-den-tu-n2ทะเลสาบเชียงแสน หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบ่งคาย มีชื่อเสียงในหมู่นักดูนกเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของนกน้ำและนกทุ่งจำนวนมาก ในฤดูหนาวจะมีนกอพยพจากต่างถิ่นจำนวนมหาศาล รวมทั้งนกพันธุ์หายากมากมาย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีกิจกรรมให้ได้สนุกเพลิดเพลินกันทั้งครอบครัว หรือถ้าหากมากันเป็นคู่ก็โรแมนติกเหลือประมาณ ทั้งผืนน้ำ ผืนป่า และม่านหมอกในฤดูหนาว ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นหนองน้ำเล็กๆ แต่ต่อมามีการสร้างฝ้ายกั้นน้ำทำให้น้ำล้นกลายเป็นทะเลสาบ ได้รับการดูแล ถือเป็นเขตอนุรักษ์ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทะเลสาบแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงแสนมาทางทิศใต้เพียง 5 กิโลเมตร บรรยากาศสงบ ร่มรื่น เหมาะที่จะมาพักผ่อน บริเวณรอบทะเลสาบเป็นเนินเตี้ยๆ มีรีสอร์ทให้บริการที่พัก ให้เช่าจักรยาน และเรือแคนูให้พายเล่นรับลมในทะเลสาบ

มีเนื้อที่ทั้งหมด 2,711 ไร่ ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2528 เดิมเป็นเพียงหนองน้ำขนาดเล็ก จนมีการสร้างฝายกั้นทางน้ำ ทำให้น้ำเอ่อล้น จนเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ในฤดูหนาวจะมีอากาศเย็นสบายและหมอกลอยปกคลุมทั่วไป ทะเลสาบเชียงแสนยังเป็นแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะนกเป็ดน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาวหลายชนิดเป็นนกหายาก เช่นเป็ดแมนดาริน เป็ดเทาก้านดำ เป็ดเบี้ยหน้าเขียว เป็ดหัวเขียว เป็นต้น บริเวณทะเลสาบมีรีสอร์ทเอกชนให้พักหลายแห่ง สำหรับการเดินทางจากตัวเมืองเชียงแสนใช้ทางหลวงหมายเลข 1016 ประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายที่กิโลเมตรที่ 27 เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร หรือนั่งรถโดยสารจากเชียงราย ไปอำเภอเชียงแสนแล้วต่อรถสามล้อเครื่อง

จุดที่โดดเด่นที่สุดคือได้เฝ้าดูนกทุ่งและนกน้ำนานาชนิด โบยบินไปมาเป็นฝูง จิกหาอาหารตามพื้นดินหรือทอดตัวอยู่ในน้ำนิ่งของทะเลสาบ ที่นี่เป็นแหล่งรวมของนกเป็ดน้ำที่มีหลากสายพันธุ์และมีจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตัวอย่างนกที่พบเจอได้ที่นี่ เช่น นกโปชาดหลังขาว เป็ดดำหัวสีน้ำตาล เป็นต้น ช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่จะมาเยือนทะเลสาบเชียงแสนคือ ฤดูหนาวเมื่ออากาศเย็นสบาย มีลมมรสุมจากทางตอนเหนือของประเทศ จะมีฝูงนกมากมายบินมาอาศัยอยู่ที่นี่หลบลมหนาว เช่น เป็ดไบคาล เป็ดหัวเขียว เป็ดพม่า เป็ดปากสั้น เป็ดเทาพันธุ์อินเดีย เป็นต้น ซึ่งหลายชนิดหายากและมีสีสันสวยงาม เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เสียค่าใช้จ่าย

ความราบเรียบราวพื้นกระจกใสของทะเลสาบบลูเนลสันและความแปลกตาที่ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่

45

นิวซีแลนด์ ดินแดนแห่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยภูเขาและทะเลสาบที่งดงามราวสวรรค์บนดิน รวมไปถึงอากาศที่แสนบริสุทธิ์ ดุจดั่งยืนชมธรรมชาติในโลกใบใหม่ที่คุณไม่เคยสัมผัสที่ไหนๆมาก่อน โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติเนลสัน เลค  ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะใต้ในนิวซีแลนด์ ซึ่งยังคงความงดงามตามธรรมชาติไว้ได้อย่างสมบูรณ์พร้อมเกือบ 100 % ทะเลสาบ บลูเนลสันหรือที่บางท่านรู้จักกันดีในนามของ Rotomairewhenua ซึงทางกินเนสบุ๊คได้บันทึกเอาไว้ว่า เป็นทะเลสาบเดียวในโลกนี้ ที่มีความใสราบเรียบราวกับกระจก ซึ่งคุณสามารถมองทะลุลงไปด้วยตาเปล่าได้ลึกถึง 80 เมตร นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นตรงความนิ่งสงบราบเรียบของผิวน้ำ ที่มีสีฟ้าอมเขียวราวอัญมณี ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาของมอสและตะไคร่ใต้น้ำกับแสงแดด ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ ถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน100 สถานที่ของโลก ที่ต้องไปเยือนก่อนตาย และด้วยอุณหภูมิของน้ำ ที่คงที่อยู่ราวๆ 5-8 องศาเซลเซียส ประกอบกับความกดอากาศในบริเวณสูงสุดกลางหุบเขาเช่นนี้ ส่งผลให้ในทะเลสาบ ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นๆนอกจาก พืชน้ำบางชนิดที่ทนความหนาวเย็นได้ มอส ตะไคร่ และสัตว์น้ำประเภทไรต่างๆ อุณหภูมิน้ำจะคงที่เช่นนี้เกือบตลอดปี ยกเว้นในช่วงฤดูหนาว ที่ทะเลสาบบางส่วนอาจกลายเป็นชั้นน้ำแข็งไปตามสภาพกาล น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีต้นธารอยู่ที่ ทะเลสาบคอนสแตนซ์ และถูกกรองผ่านชั้นหินมากมายระหว่างทาง ผ่านการรังสรรค์จากธรรมชาติจนกลายเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่สวยที่สุดในโลก

ซึ่งความราบเรียบราวพื้นกระจกใสของทะเลสาบ และความแปลกตาที่ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ใดๆว่ายวนไปมา ทำให้ชาวเผ่าพื้นเมืองเก่าแก่หรือชาวเมารี ยกย่องให้เป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ ปกป้องให้กลายเป็นดินแดนหวงห้ามโดยไม่อนุญาตให้มนุษย์คนไหนล่วงล้ำเข้าไปในทะเลสาบแห่งนี้ ส่งผลให้ทะเลสาบคงความงามบริสุทธิ์ตามธรรมชาติผ่านกาลเวลายาวนานหลายพันปีจนถึงรุ่นของเราได้อย่างสมบูรณ์พร้อมทุกประการ ซึ่งทางชนเผ่าเมารีได้ยื่นหนังสือกับทางอุทยานแห่งชาติไปตามรายละเอียดข้างต้นนั้น และทางอุทยานก็เห็นดีด้วย จึงได้ทำการอนุมัติสร้างกฏเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อรักษาธรรมชาติงดงามแห่งนี้เอาไว้ว่า อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมได้เพียง 700 รายต่อปี สามารถตั้งแคมป์ ปีนเขา หรือเดินป่าได้ตามสถานที่ที่ได้รับอนุญาต แต่ห้ามลงเล่นน้ำในทะเลสาบแห่งนี้โดยเด็ดขาด รวมไปถึงล้างมือ ซักผ้า หรือล้างทำความสะอาดภาชนะใดๆ หากเจ้าหน้าที่หรือทางชนเผ่าเมารีมาพบเห็น จะถูกดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุด ดังนั้น หากพวกเรามีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวงดงามและหาชมยากแบบนี้ อย่าลืมทำตามกฎหรือข้อตกลงอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาชื่อเสียงของประเทศ และเก็บความงดงามเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานเรารวมไปถึงเพื่อนร่วมโลกท่านอื่นๆได้ชื่นชมกันตราบนานเท่านาน

ชมความสวยงามของ ทะเลสาบแมงกะพรุน หรือ ทะเลสาบเจลลี่ฟิช

ชมความสวยงามของ ทะเลสาบแมงกะพรุน หรือ ทะเลสาบเจลลี่ฟิช (Jellyfish Lake) ทะเลสาบสุดมหัศจรรย์ที่แฝงไปด้วยอันตราย แต่ก็มีเหล่านักดำน้ำจำนวนมากที่ไม่เกรงกลัวต่ออันตรายดังกล่าว ทะเลสาบแมงกะพรุน ตั้งอยู่ในเกาะ Eil Malk เกาะอันโดดเดี่ยวในเขตประเทศปาเลา (Palau) หรือ สาธารณรัฐปาเลา (Republic of Palau) ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีชื่อเสียงในเรื่องของหมู่เกาะและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล

Jelly Fish Lake หรือ ทะเลสาบแมงกะพรุน ตั้งอยู่บนเกาะ Eil Malk ซึ่งเป็นเกาะนึงในหมู่เกาะ Rock Islands ในประเทศปาเลา

สมัยก่อนทะเลสาบแห่งนี้เคยมีทางเชื่อมระหว่างทะเลสาบกับมหาสมุทรแปซิฟิก แต่มันถูกตัดขาดไปนานกว่า 12,000 ปี นับจากช่วงสุดท้ายของยุคน้ำแข็ง หรือ Ice Age ซึ่งเป็นผลทำให้เหล่าบรรดาแมงกะพรุน (Golden Jelly Fish) ที่อยู่อาศัยในทะเลสาบแห่งนี้สามารถแพร่พันธ์ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ โดยที่มันไม่มีสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายใดๆ มาทำให้มันต้องล้มตาย แต่กลับกัน มันได้ผลิตประชากรของพวกมันมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันสันนิฐานว่าน่าจะมีแมงกะพรุนในทะเลสาบแห่งนี้ไม่น้อยกว่า 13 ล้านตัว

เจ้าแมงกะพรุนพวกนี้มีหนามแหลม แต่เนื่องจากมันเป็นแมงกะพรุนที่ไม่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อันตราย ธรรมชาติเลยค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเจ้าหนามแหลมๆ ที่เคยเป็นอันตราย ให้มีขนาดที่เล็กลง และ ไม่ทำให้เกิดอันตรายสำหรับมนุษย์อีกต่อไป

ทะเลสาบแมงกะพรุน คือแหล่งดำน้ำที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยสาเหตุที่เรียกทะเลสาบแห่งนี้ว่า ทะเลสาบแมงกะพรุน ก็เนื่องมาจากว่าภายในทะเลสาบดังกล่าวนั้นมีเหล่าแมงกะพรุนทอง (Golden Jellyfish) นับล้านตัวอาศัยอยู่ นอกจากนี้ ทะเลสาบแมงกระพรุนยังเชื่อมต่อกับทะเลทางรอยแยกของหิน และอุโมงค์ แต่อย่างไรก็ตามมันก็แทบแยกตัวออกจากแห่งน้ำอื่นโดยสิ้นเชิง ทำให้เกิดเป็นระบบนิเวศน์เฉพาะของมัน ที่เหมาะสมต่อการดำรงณ์ชีพของแมงกะพรุนเหล่านี้

ปัจจุบันทะเลสาบแมงกะพรุนได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางยังปาเลา เพราะมีจุดประสงค์ที่จะไปดำน้ำในทะเลสาบแมงกะพรุน โดยการเดินทางจะใช้เวลา 45 นาที นั่งเรือจากเมืองคอรอร์ไปยังทะเลสาบแมงกะพรุน

เที่ยวสวนทะเลสาบไทปิงเพลิดเพลินไปกับความงดงามตามธรรมชาติ

ไม่มีใครที่ไปเยือนสวนทะเลสาบไทปิง แล้วจะไม่เพลิดเพลินไปกับความงดงามตามธรรมชาติ สวนทะเลสาบไทปิงสร้างขึ้นบนเหมืองแร่ดีบุกร้าง เปิดเมื่อปี ค.ศ. 1880 ทำให้ที่นี่กลายเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกในมาเลเซียในขณะนั้น รอบ ๆ ทะเลสาบมีต้นก้ามปูต้นใหญ่อายุหลายร้อยปี แผ่ขยายกิ่งก้านสาขาจากสุดถนนด้านหนึ่งไปยังทะเลสาบที่อยู่อีกฟากหนึ่ง สร้างบรรยากาศโรแมนติก เหมาะสำหรับการถ่ายภาพคู่แต่งงาน

สวนทะเลสาบมีพื้นที่กว่า 64 เฮกเตอร์ ประกอบด้วยทะเลสาบและสระน้ำที่งดงาม 10 แห่ง สระบัว สะพานสวย เส้นทางจ็อกกิ้งและนวดเท้า ซึ่งล้วนแล้วแต่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ ดอกไม้ และสัตว์ป่าเมืองร้อน นอกจากนี้ยังมีลานโรลเลอร์สเก็ต เรือพาย และสนามเด็กเล่น ที่จะทำให้เด็ก ๆ ติดใจกับการออกกำลังกายนอกบ้าน แทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับวิดีโอเกม

รอบนอกของสวนสาธารณะที่เขียวขจีเป็นที่ตั้งของอาคารประวัติศาสตร์มากมาย รวมทั้ง อาคาร Old Residency ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของเลขาธิการข้าหลวง Raja’s House และที่พักของเจ้าหน้าที่ทหาร ใกล้กันคือเนินเขาแม็กซ์เวลล์ (บูกิตลารุต) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเดินป่าและตั้งแคมป์
– ทางอากาศ
สนามบินที่ใกล้ที่สุด คือ สนามบินนานาชาติปีนัง จากไทปิง ขับรถไปประมาณ 90 นาที ส่วนสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) ต้องขับรถลงใต้ไปตามทางด่วนสายเหนือ-ใต้ ใช้เวลา 4 ชม
– ทางถนน
หากเดินทางมาที่ไทปิงโดยขับรถมาตามทางด่วนสายเหนือ-ใต้ (PLUS) ให้ออกจากทางด่วนที่แยกจังกัตเจริง จากนั้นขับรถมาตามถนนสายซิมปัง ก่อนที่จะเลี้ยวขวามุ่งหน้ามายังไทปิง สวนทะเลสาบไทปิง สามารถเดินทางมาได้ง่ายจากถนนจาลันอิสตานา และจาลันเคลับบารู
– รถประจำทาง
ไทปิงเป็นเมืองที่เชื่อมต่อกับเมืองอื่น ๆ บนคาบสมุทรมลายูด้วยเครือข่ายรถประจำทาง ซึ่งเดินรถจากสถานีปลายทางที่อยู่ห่างไกลออกไป เช่น เมืองกามันติง (6 กม. จากใจกลางเมือง) และเมืองซิมปัง (7 กม. จากใจกลางเมือง) นอกจากนี้ยังมีรถประจำทางจากไทปิงไปยังอำเภอหาดใหญ่และประเทศสิงคโปร์อีกด้วย รถประจำทางจะขับลงใต้ซึ่งจะออกจากเมืองกามันติงและจอดรับผู้โดยสารที่เมืองซิมปัง (เมดานซิมปัง) ก่อนที่จะถึงแยกจังกัตเจริง และมุ่งหน้าไปยังทางหลวง คุณสามารถซื้อตั๋วรถประจำทางได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วที่เมดานคามันติงและเมดานซิมปัง
– รถไฟ
เคเรทาปี ทานาห์ มลายู (KMT) ให้บริการในเส้นทางสายเหนือ-ใต้ หลายเที่ยวต่อวัน โดยจะจอดที่สถานีไทปิงด้วย

ทะเลสาบอินเลสัมผัสบรรยากาศแสนโรแมนติก

“อินเล” เป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ โอบล้อมอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่สวยงาม เป็นที่ตั้งของชุมชนกลางน้ำขนาดใหญ่ ชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้มานับร้อยๆปี เรียกตัวเองว่า “ชาวอินทา” ไม่ต้องบอกว่าคนที่นี่เขาใช้ชีวิตยังไงก็รู้ครับ อาศัย ทำกิจกรรมต่างๆ อยู่ในทะเลสาบล้วนๆ แต่เอกลักษณ์ที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้คงจะเป็น การพายเรือด้วยเท้า เป็นลักษณะเฉพาะตัวของที่โดดเด่นของชาวอินทาเลยก็ว่าได้

วิถีชีวิตของคนที่นี่แหละที่เป็นความน่าสนใจ ลองคิดภาพการใช้ชีวิตในน้ำดูสิ ถ้าอย่างเราๆท่านๆที่อยู่แต่บนบก อะไรก็สะดวกสบายไปหมด มาลองดูการใช้ชีวิตของชาวอินทาที่นี่ เหมือนได้เปิดสมองเรียนรู้อีกครั้งครับ เราจะใช้ชีวิตกับลำน้ำ ทั้งซักผ้า อาบน้ำ ล้างจาน ดูช่างเป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายจริง ๆ บางครั้งทำให้คิดไปเองว่า เขาทำได้ยังไง?

สำหรับใครที่กำลังคิดอยู่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า หรือเมียนมาร์ที่เป็นชื่อใหม่แบบสากล ก็เป็นอีกประเทศท่องเที่ยวที่น่าลองสักครั้ง

อีกความน่าสนใจบนทะเลสาบแห่งนี้ คือ เกษตรกรรมลอยน้ำ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่นำธรรมชาติรอบตัวมาใช้ประโยชน์ ซึ่งถ้ามาเที่ยวที่นี่เราจะได้ชมสวนผักลอยน้ำอย่างใกล้ชิดแบบเด็ดชิมกันสดๆ นอกจากนี้ยังมีอาชีพอีกหลากหลายที่ชาวอินทาใช้เลี้ยงชีพ ทั้งการทอผ้าทอใยบัว ทำเครื่องเงิน ทำยาสูบ ซึ่งมวนยาสด ๆ ให้ดูกันชัดๆ ไปเลย

บ้านเรือนของชาวอินทาส่วนใหญ่ เป็นเรือนสองชั้นใต้ถุงสูง ปลูกแบบปักเสาลงในน้ำ แต่ละหลังมีขนาดใหญ่มาก บางหลังก็มุงด้วยจาก โดยจะมีเรือจอดอยู่ใต้ถุนบ้านทุกหลัง เพราะเป็นพาหนะอย่างเดียวที่ใช้สัญจรไปมาในชีวิตประจำวันของชาวอินทา

อินเลกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ World Class Attration ไปแล้ว เพราะมีภูมิประเทศ วิถีชีวิต ความเป็นธรรมชาติที่สวยงาม แปลกตาไม่เหมือนที่ ใดๆ ในโลกใบนี้หรือแม้แต่ในประเทศพม่าเอง

ทะเลสาบเดดซี ( Dead Sea ) ที่อุดมด้วยแร่ธาตุและช่วยเรื่องสุขภาพได้

Dan-20130628145602285311-620x349เดดซี ถูกจัดว่าเป็นทะเลสาบเพราะรอบอาณาบริเวณมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ไม่มีทางไหลออกไปสู่แหล่งน้ำอื่นซึ่งก็เหมือนกับลักษณะของทะเลสาบทั่วๆไป ทะเลสาบมีได้ทั้งทะเลสาบน้ำเค็มและทะเลสาบน้ำจืด และเดดซีก็คือทะเลสาบน้ำเค็มที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของทะเลสาบเดดซีเป็นทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในระหว่างเขตแดนของจอร์แดนและอิสราเอล ทะเลสาบเดดซีมีความยาวสูงสุดประมาณ 67 กิโลเมตร ดังนั้นหากวัดจากพื้นที่ลึกที่สุดของทะเลสาบแห่งนี้ก็จะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลราว 800 เมตรเลยทีเดียว และถือเป็นจุดที่ต่ำสุดของโลกเราเลยก็ว่าได้ ความเค็มของทะเลเดดซีในส่วนที่อยู่ลึกที่สุดมีมากถึง30 เปอร์เซ็นต์ในขณะที่ความเค็มของทะเลทั่วๆไป ทะเลสาบเดดซีถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนโดยมีแหลมอัลลิซานกั้นกลาง ทะเลสาบทางตอนเหนือกินพื้นที่ราว 3 ใน 4 ซ้ำยังทั้งลึกและเค็มกว่า

จากอากาศที่ร้อนจัดและมีฝนน้อยนี้เองที่ทำให้ระดับน้ำจากทะเลสาบเดดซีค่อยๆระเหิดระเหยแห้งขอดลงทุกปี ทะเลเดดซีได้รับน้ำจากต้นน้ำเพียงแหล่งเดียวเท่านั้นคือแม่น้ำในประเทศจอร์แดน เมื่อการเกิดการระเหยอย่างมากของทะเลสาบเดดซีส่งผลให้ความเข้มข้นในทะเลสาบดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ เพราะนอกจากระเหยจะทำให้ทะเลสาบเดดซีเข้มข้นมากขึ้นแล้ว น้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำจอร์แดนก็ยังคงอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆเช่น โซเดียมและแมกนี้เซียมเมื่อไหลลงมาทำปฎิกริยากับน้ำพุร้อนในทะเลสาบเดดซีจึงเป็นปัจจัยเกื้อหนุนต่อความเค็มของทะเลแห่งนี้

บริเวณชายฝั่งจะเต็มไปด้วยตะกอนที่เกิดจากความร้อนของดวงอาทิตย์แผดเผาทำให้น้ำในทะเลระเหยเป็นไอเหลือไว้เพียงเกลือแร่และแร่ธาตุที่ทับถมขึ้นเรื่อยๆดังที่เห็นเป็นก้อนสีขาวๆนั่นเอง แร่ธาตุเข้มข้นนานาชนิดจากบริเวณโดยรอบที่ไหลมาทับถมกันทำให้เดดซีเป็นแหล่งแร่ธาตุที่สำคัญโดยเฉพาะโคลนเดดซีที่มีสรรพคุณในการดูแลสารพัดปัญหาผิว นักท่องเที่ยวจำนวนมากมุ่งหน้าไปยังเดดซีเพราะเชื่อว่าการได้แช่น้ำในทะเลสาบและการพอกผิวด้วยโคลนบริเวณชายหาดจะทำให้สุขภาพดี แล้วก็ยังมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจำนวนมากที่ใช้ประโยชน์จากโคลนเดดซี

ทะเลาสาบแห่งนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องการรักษาโรคและการบำรุงรักษาผิวพรรณน้ำในทะเลเดดซีเป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุต่างๆ เพราะการที่ไม่มีพื้นที่เชื่อต่อกับแม่น้ำสายอื่นให้ไหลออกได้ทำให้แร่ธาตุต่างๆมารวมกันอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้เป็นจำนวนมากและทำให้หลายคนเชื่อกันว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดจากทะเลสาบเดดซีอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่สมบูรณ์และสามารถช่วยเรื่องสุขภาพได้ โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณ ทั้งโคลนจากเดดซี เกลือจากเดดซีที่มีความเค็มมากกว่าเกลือที่อื่นหลายเท่าตัวหนักก็มักจะนำมาใช้ในทางการประทินผิวและรักษาผิวพรรณ ทั้งนี้สามารถช่วยรักษาได้ทั้งรังแค โรคผิวหนังรวมทั้งพิษทั้งแมลงกัดต่อย ช่วยให้ผิวนุ่มขึ้น ดูแล้วคล้ายกับว่าสถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวมแร่ธาตุครอบจักรวาล

ทะเลสาบตีตีกากา ยลเสน่ห์เกาะอูรอสเกาะแห่งต้นโทโทรา

การท่องเที่ยวประเทศเปรู (Peru) หรือ สาธารณรัฐเปรู (สเปน: Republica del Peru) คือ อีกหนึ่งประเทศที่น่าเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปอเมริกาใต้ ประเทศเปรูเป็นที่ตั้งของอารยธรรมการัล ซึ่งเป็นอารยธรรมเก่าแก่อันหนึ่งของโลก และอาณาจักรอินคา จักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาก่อนยุคโคลัมบัส โดยมี กรุงลิมา (Lima) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเปรู…

การท่องเที่ยวทะเลสาบตีตีกากา (Lake Titicaca) คืออีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศเปรู เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอนดีส บริเวณชายแดนของประเทศเปรูและประเทศโบลิเวีย ด้วยระดับความสูงเฉลี่ย 3,810 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นั่นจึงส่งผลให้ทะเลสาบตีตีกากาเป็นทะเลสาบที่สามารถเดินเรือทางพาณิชย์ที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย

ทะเลสาบตีตีกากา ตั้งอยู่ในแคว้นปูโน (Puno) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเปรูและในแคว้นลาปาซ (La Paz) ทางตะวันตกของประเทศโบลิเวีย ครอบคลุมพื้นที่ 8,372 ตารางกิโลเมตร โดยภายในทะเลสาบตีตีกากานอกจากจะมีเกาะน้อยใหญ่รวม 41 เกาะ เช่น เกาะอามานตานี เกาะตากีเล เกาะแห่งพระอาทิตย์ (Isla del Sol) เกาะซูรีกี แล้วยังมีเกาะอูรอส ซึ่งเป็นเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นอีกด้วย

สำหรับการท่องเที่ยวในทะเลสาบตีตีกากานั้น แน่นอนว่าคุณต้องไม่พลาดการไปพักนอนค้างแรมบน เกาะอูรอส (Uro Islands) เป็นเกาะที่ชาวอูรอสสร้างขึ้นจากการใช้ต้นโทโทราที่มีอยู่ทั่วไปในทะเลสาบตีตีกากามาสร้างเป็นเกาะเล็กๆนี้ขึ้นมา โดยเกาะถูกยึดไว้ด้วยเชือกผูกไม้ที่ปักอยู่กับพื้นของทะเลสาบ และชาวอูรอสต้องซ่อมแซมเกาะโดยการเพิ่มต้นโทโทราจากด้านบนอยู่เรื่อย ๆ เพราะส่วนที่อยู่ใต้น้ำจะค่อยๆเน่าตามกาลเวลา

นอกจากนี้แล้วบนเกาะอูรอสยังมีที่พักให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์การใช้ชีวิตบน รวมไปถึงการสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกันกับชาวพื้นเมืองอินเดียน อูรอส (Uros Indian) จากนั้นดื่มด่ำไปกับบรรยกาศของการนอนกลางทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ สนุกสนานกับกิจจกรมการตกปลาเทราท์ รวมไปถึงการล้มรสชาติความอร่อยของปลาที่ตกได้ในทะเลสาบ

ความหลากหลายทะเลสาบ 5 สี จิ่วไจ้โกวอีกทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงามยิ่งใหญ่

1

ทะเลสาบ 5 สีจิ่วไจ้โกวมีพื้นที่กว่า 620 ตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยป่าดึกดำบรรพ์ ท่ามกลางหุบเขาที่ทอดตัวยาวคด เคี้ยวไปมา โตรกธารลดเลี้ยวผ่านผาสูงและน้ำตกใหญ่น้อยต่างๆ ก่อให้เกิดเป็นทัศนียภาพอันตระการตาโดดเด่นด้วยสีสันของภาพภูมิทัศน์โดยรอบ”น้ำ”ถือเป็นจุดเด่นที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในบรรดาสุดยอดความงามของทัศนียภาพ ณ จิ่วไจ้โกวแห่งนี้ ทั้งในด้านรูปลักษณ์ สีสัน ความหลากหลาย อีกทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงามยิ่งใหญ่ เคยมีคำกล่าว ประโยคหนึ่งที่เขียนไว้ว่า “เมื่อกลับจากเขาหวงซานจะไม่ดูเมฆ ครั้นเมื่อกลับจากจิ่วไจ้โกวก็จะไม่ดูน้ำ ” ซึ่งมีความหมายแฝงว่าความงาม น่าประทับใจของสถานที่ทั้งสองแห่งดังกล่าวทำให้ไม่อยากมองที่อื่นอีกเลย จิ่วไจ้โกวมีทะเลสาบมากมาย แม้ทะเลสาบเหล่านี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่น้ำใสสะอาด ชาวทิเบตในท้องถิ่นเรียกว่า”ไห่จือ” หมายความว่า “ลูกผู้ชายแห่งท้องทะเล” ความงามพิสดารของท้องน้ำในจิ่วไจ้โกวนั้น มีสาเหตุมาจากการที่แหล่งน้ำในบริเวณนี้มีการสะสมของธาตุแคลเซี่ยมเจือปนอยู่ในปริมาณสูง อีกทั้งยังเกิดจากสาเหตุของพืชใต้น้ำ ที่สะสมอยู่จำนวนมาก ส่งผลให้ทะเลสาบและธารน้ำของที่นี่มีสีสันสดใส งดงามแปลกตา ธารน้ำในจิ่วไจ้โกวมีระยะทาง 50กว่ากิโลเมตร ตลอดแนวธารน้ำมีทั้งบึงน้ำทะเลสาบน้ำตกและโตรกธารหลายแห่งปรากฏ อยู่ สายน้ำสีเขียวสดใสงามแปลกตาเลี้ยวลดคดเคี้ยวอยู่ไปมาระหว่าง แมกไม้ ราวกับสายสร้อยมรกตที่ประดับบนอาภรณ์แห่งป่าเขาลำเนาไพร ทะเลสาบเลื่อมสลับลายและน้ำตก ที่สูงสง่าอลังการ ทำให้ผู้ทีไปเยือนแทบอาจจะไม่ละสายตาจากไปได้

ทะเลสาบ 5 สีจิ่วไจ้โกวตั้งอยู่บริเวณริมที่ราบสูงทิเบตดินแดนที่ได้ชื่อว่า “หลังคาโลก”มีสภาพภูมิศาสตร์โดดเด่นทั้งยอดเขาหิมะสูงเสียดฟ้าและหุบ เขาลึก ด้วยสภาพภูมิประเทศที่มีความสูงต่ำแตกต่างกันอย่างมากมายนี้ เองที่ได้ทำให้สภาพภูมิอากาศและพืชพรรณสัตว์ป่าในบริเวณนี้มีความหลากหลายและสลับซับซ้อนอย่างยิ่ง ดังนั้นชนิดหรือพันธุ์ พืชของจิ่วไจ้โกวจึงมีความแตกต่างกันไปตามสภาพทางภูมิศาสตร์และตามอากาศของเขตนี้ โดยมีทั้งพันธุ์ไม้โบราณ พันธุ์ไม้หายาก พันธุ์ไม้ที่ขึ้นในป่าชื้นดึกดำบรรพ์ พันธุ์ไม้ที่ผ่านการปรับตัวทางพันธุกรรม และเฟิร์นชนิดต่างๆที่มีคุณค่ามากมาย ทั้งยังเป็นแหล่งชุมนุมของสัตว์ป่า และนกนานาชนิด ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าธรรมชาติกว่า 3 พันตารางกิโลเมตร สัตว์และพันธุ์พืชกว่า 2,000 ชนิด สัตว์อนุรักษ์อีก 17 ชนิด รวมทั้งสัตว์ที่สงวนอย่าง แพนด้า กระทิง ค่างขนทอง ละมั่งลายจุด กวางปากขาว แพนด้าจิ๋ว ลิงกัง ไก่ฟ้า ห่านฟ้า เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นขุนเขา ป่าไม้ ลำน้ำ หรือหินทุกก้อนล้วนได้รับการเคารพนับถือจากชนเผ่าพื้นเมืองทิเบตและผืนป่าโบราณอันอุดมแห่งนี้จึงยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจวบจนกระทั่งทุกวันนี้

ทะเลสาบยามานากาโกะ เป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ

ประเทศญี่ปุ่นมี 4 ฤดูกาลที่มีความโดดเด่นให้ได้ชมแตกต่างกันไป

มีทั้งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์,วัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาแต่ในอดีต,สิ่งปลูกสร้างที่คงความเป็นประวัติศาสตร์ และในปัจจุบันได้มีการให้ความสนใจกันมากขึ้นในด้านวัฒนธรรมสมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นหรือแฟชั่นเป็นต้น เมืองใหญ่ทางฝั่งตะวันออกและตะวันตก โตเกียว และ โอซาก้า ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความยิ่งใหญ่,บรรยากาศของความเก่าแก่ที่สวยงามของบ้านเมืองของเกียวโตและพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลของ ฮอกไกโด

ญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศเป้าหมายหลักที่คนไทยส่วนใหญ่ตั้งเป้าจะไปเยือนดินแดนแห่งนี้ นับตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปถือว่าเข้าช่วงไฮซีซันของญี่ปุ่น เพราะตั้งแต่ตุลาคมจนถึงพฤศจิกายน เป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่น ถือเป็นช่วงที่คนไทยนิยมไปเที่ยวญี่ปุ่น ถัดจากนั้นจะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ใครที่ชอบหิมะต้องไปสัมผัสในเดือนธันวาคมจนถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปญี่ปุ่นถือว่าค่อนข้างสูง ทั้งเรื่องค่าครองชีพและค่าโดยสารสายการบินที่มีการบินไทยและเจแปนแอร์ไลน์เป็นสายการบินหลัก แต่ในช่วงหลังมีสายการบินต้นทุนต่ำเริ่มให้บริการบินสู่ญี่ปุ่นมากขึ้น ยิ่งเพิ่มโอกาสให้คนไทยมีโอกาสไปสัมผัสญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น

ทะเลสาบยามานากาโกะ

เป็นทะเลสาบญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 5 ทะเลสาบ อยู่ล้อมรอบภูเขาไฟฟูจิ เป็นอีกจุดที่สามารถชมวิวทะเลสาบ รอบทะเลสาบเป็นที่นิยมที่คนญี่ปุ่นจะมาทำกิจกรรมนอกสถานที่ เช่น การล่องเรือ พายเรือในทะเลสาบ ตกปลา เล่นสกี เล่นเซิร์ฟ แคมป์ไฟฯ ตามแนวชายฝั่ง ซึ่งก็จะมีค่ายของนักเรียนตั้งอยู่รอบแนวทะเลสาบ และมีนักเรียนสนใจมาทำกิจกรรมอย่างมากในช่วงหน้าร้อน อีกสถานที่ที่เป็นที่นิยมไม่แพ้กันคือ บ่อน้ำพุร้อนรอบบริเวณ บางแห่งยังสามารถชมวิวที่สวยงามของภูเขาไฟฟูจิได้ในขณะที่แช่บ่อน้ำพุร้อนอีกด้วย เป็นทะเลสาบหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติเองนิยมเดินทางมาเยี่ยมชม ทำให้รอบบริเวณของทะเลสาบเต็มไปด้วยรีสอร์ท สปามากมายพร้อมอำนวยความสะดวก เป็นทะเลสาบหนึ่งที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามมองเห็นวิวของภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจนและสวยงาม

ปรากฏการของทะเลสาบสีชมพูในเกาะ Middle Island

ทะเลสาบ Hillier เป็นทะเลสาบสีชมพูในเกาะ Middle Island ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่สุดของหมู่เกาะ Recherche นอกชายฝั่งเมืองเอสเปอร์แรนซ์หากมองจากมุมสูงทะเลสาบจะดูมีสีชมพูนมสดใส ทะเลสาบมีความยาวประมาณ 600 เมตร โอบล้อมด้วยผืนทรายและป่าเปเปอร์บาร์คและยูคาลิปตัส สันทรายแคบๆ ที่ปกคลุมด้วยพืชสีเขียวคั่นกลางระหว่างทะเลสาบกับทะเลใต้สีฟ้าครามไม่มีใครทราบเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมทะเลสาบถึงมีสีชมพู นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าสีของทะเลสาบน่าจะเกิดจากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในเกล็ดเกลือ มีการกล่าวถึงทะเลสาบสีชมพูแห่ง Middle Island ในบันทึกของนักสำรวจชื่อเเมทธิว ฟลินเดอร์ ในปี 1802 โดยฟลินเดอร์ได้ปีนขึ้นไปบนจุดสูงสุดของ Middle Island เพื่อสำรวจแหล่งน้ำโดยรอบและตรงนั้นเองที่เขาได้เห็นทะเลสาบอันน่ามหัศจรรย์ Middle Island และทะเลสาบสีชมพูแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าทึบซึ่งยังคงความเขียวชอุ่มตั้งแต่อดีต วิธีเดียวที่จะดูทะเลสาบนี้ได้คือจากมุมสูงทางอากาศ ทั้งนี้คุณยังสามารถสำรวจเกาะต่างๆ และสัตว์ป่านานาพันธุ์ของหมู่เกาะ Recherche ได้โดยการล่องเรือจากเมืองเอสเปอร์แรนซ์

ทะเลสาบสีชมพูใกล้เมืองเอสเปอร์แรนซ์ ก็เป็นทะเลสาบสีชมพูอีกแห่งที่มีฉากหลังเป็นวิวชายฝั่งของออสเตรเลียอันงดงาม ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปเจ็ดกิโลเมตรเมื่ออยู่ในสภาวะอากาศที่เหมาะสม ทะเลสาบนี้จะกลายเป็นสีชมพูอ่อนเนื่องจากมีสาหร่ายในน้ำเป็นจำนวนมาก และเพื่อให้ได้วิวทะเลสาบที่สวยและดีที่สุด ควรเดินไปที่จุดชมวิวทะเลสีชมพูนอกจากนี้องค์กรอนุรักษ์นกสากล ได้ประกาศให้พื้นที่ในส่วนทะเสสาบเป็นเขตอนุรักษ์นกสำคัญ เนื่องจากเป็นที่อยู่ของนกท้องถิ่นและที่ย้ายถิ่นมาจากที่อื่นจำนวนมากในเมืองเอสเปอร์แรนซ์ ยังมีสถานที่และกิจกรรมที่น่าดูน่าทำอีกมากมาย เช่น การขี่ม้า การเดินและขี่จักรยานเล่น การดำน้ำแบบสกูบ้า ดูวาฬ การเล่นวินเซิร์ฟ การโรยตัวจากหน้าผา การพายเรือคายัค และการท่องเที่ยวด้วยรถโฟร์วีลพิพิธภัณฑ์ในเมืองเอสเปอร์แรนซ์ จะจัดแสดงเป็นวัตถุที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเมือง อาทิ บันทึกเกี่ยวกับผู้บุกเบิก ซากเรือ ชิ้นส่วนจากสถานีอวกาศ Sky Lab ของสหรัฐอเมริกาที่ตกลงมาที่เมือง เอสเปอร์แรนซ์ เมื่อปี1980 สิ่งประดิษฐ์ และวัตถุโบราณของชาวอะบอริจิน ห่างออกไปจากท่าเทียบเรือไกลสุดของเมืองจะมีแนวปะการังเทียม ซึ่งเหมาะกับกิจกรรมตกปลาและเดินเล่น

ท่องเที่ยวทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบแห่งเดียวในประเทศไทย


ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบแห่งเดียวในประเทศไทย อยู่ในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา ในทะเลสาบสงขลามีเกาะอยู่-หลายเกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะสี่ เกาะห้า เกาะหมาก (ตำบลเกาะหมาก) เกาะนางคำ (ตำบลเกาะนางคำ) และเกาะยอ (ตำบลเกาะยอ)  มีสภาพทางนิเวศวิทยาที่หลากหลายเนื่องจากเป็นที่ไหลรวมจากต้นน้ำลำคลองเล็ก ๆมากมายและยังมีทางออกสู่ทะเลอ่าวไทย ปริมาณและสภาพน้ำในทะเลสาบขึ้นอยู่กับน้ำจืดที่ไหลลงมาและน้ำเค็มจากทะเลหนุนเข้า มาซึ่งในฤดูน้ำหลากประมาณ เดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคมจะมีน้ำจืดไหลลงสู่ทะเลสาบจำนวนมากจึงไปผลักดันน้ำเค็มออกสู่อ่าวไทย ในช่วงนี้น้ำในทะเลสาบ จะขุ่น และเป็นน้ำจืดแต่เมื่อถึงฤดูแล้งปริมาณน้ำจืดที่ไหลลงสู่ทะเลสาบจะมีน้อยน้ำเค็มจะไหลเข้ามาแทนที่ในช่วงนี้ น้ำในทะเลสาบ จะกร่อยจึงเป็นทะเลสาบที่มีลักษณะของน้ำในทะเลสาบถึง 3 น้ำ คือ น้ำจืด, น้ำกร่อย และน้ำเค็ม มีแม่น้ำและคลองหลาย สายที่ ไหลเข้าสู่ทะเลสาบแห่งนี้

โดยน้ำในทะเลสาบสงขลาได้รับน้ำจากเทือกเขาบรรทัดและเทือกเขาสันกาลาคีรีจากอำเภอสะเดา ทั้งหมดไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา ลุ่มน้ำในแถบนี้เรียกว่า “ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา” แบ่งออกได้เป็น4ตอนใหญ่ ๆ ได้ดังนี้
1.ทะเลน้อย
อยู่ตอนบนสุดมีพื้นที่ประมาณ28ตารางกิโลเมตร ความลึกเฉลี่ยประมาณ1.5เมตรเป็นทะเลสาบน้ำจืดโดยแยกส่วนกับทะเลสาบโดย มีคลองนางเรียมเชื่อมต่อระหว่างทะเลน้อยกับทะเลหลวงทิศตะวันตกของทะเลน้อยเป็นส่วนของจังหวัดพัทลุงทิศเหนือเป็นส่วนของ จังหวัดนครศรีธรรมราชและทิศตะวันออกจรดอำเภอระโนด จังหวัดสงขลาทะเลน้อยเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีพืชน้ำนานา ชนิดขึ้นอยู่ โดยรอบ มีป่าพรุขนาดใหญ่มีวัชพืชพวกผักตบชวา กกจูดและยังเป็นแหล่งของนกน้ำนานาพันธุ์ทั้งที่ประจำถิ่น และที่อพยพมาจาก แหล่งอื่น
2.ทะเลหลวง (ทะเลสาบสงขลาตอนบน)
เป็นส่วนของทะเลสาบสงขลาถัดจากทะเลน้อยลงมาจนถึงเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์เป็นห้วงน้ำกว้างใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ ประมาณ 458.80ตร.กม. ความลึกประมาณ2เมตรในอดีตเป็นท้องน้ำจืดขนาดใหญ่แต่ในบางปีมีการรุกตัวของน้ำเค็มค่อนข้างสูงในช่วงฤดูแล้ง
3.ทะเลสาบ(ทะเลสาบตอนกลาง)
อยู่ถัดจากทะเลหลวงลงมาตั้งแต่บริเวณแนวเกาะใหญ่ทางใต้ไปบรรจบกับเขตอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุงอำเภอสทิงพระจน ถึงบริเวณ ปากรอ อำเภอสิงหนครจังหวัดสงขลามีพื้นที่ประมาณ377.20ตร.กม. ความลึกประมาณ 2 เมตร เป็นส่วนของทะเลสาบที่มี เกาะมากมาย เช่น เกาะสี่ เกาะห้า เกาะหมากเกาะนางคำพื้นที่ส่วนนี้เป็นการผสมผสานของน้ำเค็มและน้ำจืดจึงทำให้มี สภาพเป็นทั้ง น้ำจืดและน้ำกร่อยในช่วงที่เป็นน้ำจืดจะมีพืชปกคลุมโดยทั่วไป
4.ทะเลสาบสงขลา(ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง)
เป็นส่วนของทะเลสาบตอนนอกสุดที่เชื่อมต่อกับอ่าวไทยมีพื้นที่ประมาณ182ตร.กม. ความลึกประมาณ1.5 เมตร ยกเว้นช่องแคบที่ ติดต่อกับทะเลอ่าวไทย ซึ่งเป็นช่องเดินเรือมีความลึกประมาณ12-14 เมตร ทะเลสาบส่วนนี้เป็นบริเวณที่มีน้ำเค็ม แต่บางส่วนในช่วง ฤดูฝนจะเป็นน้ำกร่อยและได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้น น้ำลงบริเวณทางตอนใต้มีพื้นที่ป่าชายเลนปกคลุมโดย ทั่วไปแต่ปัจจุบันถูกเปลี่ยน ไปเป็นพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งนักท่องเที่ยวสามารถหาเรือท่องเที่ยวในทะเลสาบได้ บริเวณท่าเรืออยู่หลังที่ทำการ ไปรษณีย์โทรเลข หรือบริเวณตลาดสดจะมีเรือหางยาวรับส่งตลอดวัน